วันเสาร์ที่ 2 มกราคม พ.ศ. 2559

วันพระ เป็นวันที่พุทธศาสนิกชนถือเป็นวันสำคัญในการทำกิจกรรมทางพระพุทธศาสนาจึงควรจะทำจิตใจให้บริสุทธิ์  โดยมีการทำบุญ ตักบาตร ถวายสังฆทาน ละเว้นจากอบายมุขต่างๆ ทำตัวให้เป็นประโยชน์แก่สังคม ปล่อยนกปล่อยปลา ฟังธรรมเทศนา สนทนาธรรมกับพระสงฆ์ รักษาศีล ถวายสังฆทาน 

ประวัติ
ในสมัยพุทธกาล พระเจ้าพิมพิสารได้เข้าเฝ้าพระสัมมาสัมพุทธเจ้า และกราบทูลว่า "นักบวชศาสนาอื่นเขามีวันประชุมสนทนาเกี่ยวกับหลักธรรมคำสั่งสอนในศาสนาของเขา แต่ว่าในศาสนาพุทธยังไม่มี" พระพุทธองค์จึงทรงอนุญาตให้ภิกษุสงฆ์ประชุมสนทนาและแสดงพระธรรมเทศนาแก่ประชาชนในวัน ๘ ค่ำ ๑๔ ค่ำ และ ๑๕ ค่ำ พุทธศาสนิกชนจึงถือเอาวันดังกล่าวเป็นวันธรรมสวนะเพื่อกำหนดให้มีการประชุมพร้อมเพรียงกันฟังธรรม

ในสมัยพุทธกาลนั้น สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงประชุมพระสงฆ์สาวกเพื่อทรงสั่งสอนธรรม การประชุมสงฆ์ซึ่งเป็นสาวกของพระพุทธองค์นั้นก็ได้นัดหมายไปประชุมกัน และจะมีพระสงฆ์รูปหนึ่งเป็นผู้สวดพระปาฏิโมกข์ พระภิกษุทุกรูปก็จะนั่งฟังด้วยอาการอันสำรวม และตั้งใจจนกระทั่งจบ

คำศัพท์ที่สำคัญในวันพระ
คำว่า "สวนะ" แปลว่า การฟัง และคำว่า "ธรรมสวนะ" แปลว่า การฟังธรรม นั่นคือวันธรรมสวนะก็แปลว่า กำหนดประชุมฟังธรรม หรือพูดตามภาษาชาวบ้านทั่วไปว่า วันไปฟังเทศน์หรือวันพระ ในทางศาสนาก็ยังได้เรียกว่า วันอุโบสถ ซึ่งแปลว่า วันจำศีลของอุบาสกอุบาสิกาผู้ต้องการบุญกุศลเป็นกรณีพิเศษ

สมาทานศีล  คือ  การรับศีล

อุโบสถศีล  เป็นศีลอุบาสกอุบาสิกาทั่วไป มิใช่ของพระสงฆ์   โดยจะรับศีลนี้ในวันพระเท่านั้น และมีข้อห้ามทั้งหมด ๘ ข้อเหมือนกันกับศีล ๘ ต่างกันเพียงจะต้องรักษาศีลเป็นเวลา ๑ วันซึ่งเรียกว่า ปกติอุโบสถ แต่หากรักษาได้ถึง ๓ วันจะเรียกว่า ปฏิชาครอุโบสถ

วันโกณ เป็นวันที่พระสงฆ์จะต้องโกณผม ซึ่งเป็นวันก่อนวันพระหนึ่งวัน




ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น