วันพระ เป็นวันที่พุทธศาสนิกชนถือเป็นวันสำคัญในการทำกิจกรรมทางพระพุทธศาสนาจึงควรจะทำจิตใจให้บริสุทธิ์
โดยมีการทำบุญ ตักบาตร ถวายสังฆทาน
ละเว้นจากอบายมุขต่างๆ ทำตัวให้เป็นประโยชน์แก่สังคม ปล่อยนกปล่อยปลา ฟังธรรมเทศนา
สนทนาธรรมกับพระสงฆ์ รักษาศีล ถวายสังฆทาน
ประวัติ
ในสมัยพุทธกาล พระเจ้าพิมพิสารได้เข้าเฝ้าพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
และกราบทูลว่า
"นักบวชศาสนาอื่นเขามีวันประชุมสนทนาเกี่ยวกับหลักธรรมคำสั่งสอนในศาสนาของเขา
แต่ว่าในศาสนาพุทธยังไม่มี"
พระพุทธองค์จึงทรงอนุญาตให้ภิกษุสงฆ์ประชุมสนทนาและแสดงพระธรรมเทศนาแก่ประชาชนในวัน
๘ ค่ำ ๑๔ ค่ำ และ ๑๕ ค่ำ
พุทธศาสนิกชนจึงถือเอาวันดังกล่าวเป็นวันธรรมสวนะเพื่อกำหนดให้มีการประชุมพร้อมเพรียงกันฟังธรรม
ในสมัยพุทธกาลนั้น
สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงประชุมพระสงฆ์สาวกเพื่อทรงสั่งสอนธรรม
การประชุมสงฆ์ซึ่งเป็นสาวกของพระพุทธองค์นั้นก็ได้นัดหมายไปประชุมกัน และจะมีพระสงฆ์รูปหนึ่งเป็นผู้สวดพระปาฏิโมกข์
พระภิกษุทุกรูปก็จะนั่งฟังด้วยอาการอันสำรวม และตั้งใจจนกระทั่งจบ
คำศัพท์ที่สำคัญในวันพระ
คำว่า "สวนะ" แปลว่า การฟัง และคำว่า
"ธรรมสวนะ" แปลว่า การฟังธรรม นั่นคือวันธรรมสวนะก็แปลว่า
กำหนดประชุมฟังธรรม หรือพูดตามภาษาชาวบ้านทั่วไปว่า วันไปฟังเทศน์หรือวันพระ
ในทางศาสนาก็ยังได้เรียกว่า วันอุโบสถ ซึ่งแปลว่า
วันจำศีลของอุบาสกอุบาสิกาผู้ต้องการบุญกุศลเป็นกรณีพิเศษ
สมาทานศีล
คือ การรับศีล
อุโบสถศีล
เป็นศีลอุบาสกอุบาสิกาทั่วไป มิใช่ของพระสงฆ์ โดยจะรับศีลนี้ในวันพระเท่านั้น
และมีข้อห้ามทั้งหมด ๘ ข้อเหมือนกันกับศีล ๘ ต่างกันเพียงจะต้องรักษาศีลเป็นเวลา ๑
วันซึ่งเรียกว่า ปกติอุโบสถ แต่หากรักษาได้ถึง ๓ วันจะเรียกว่า ปฏิชาครอุโบสถ
วันโกณ เป็นวันที่พระสงฆ์จะต้องโกณผม
ซึ่งเป็นวันก่อนวันพระหนึ่งวัน

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น