วันเสาร์ที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2568

ความต้องการทางเพศ

 ไม่มีอะไรที่ได้มาโดยไม่ต้องเสีย


การหลั่งออก  เพื่อนำไปสร้างมนุษย์

สิ่งที่เราแลกมาเมื่อสูญเสียส่วนของร่างกายนั้น คือ……..อะไร  แม้จะผลิตได้ใหม่แต่ธรรมชาติมีขีดจำกัด และความสมดุลย์เสมอ



วันอาทิตย์ที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2560

เพื่อนของผม...นกกางเขนบ้านที่จากไป........


   เป็นเรื่องของนกกางเขนที่มาอยู่ใหม่ที่บ้าน วันแรกของการขนของออกจากบ้าน เราได้เอาโต๊ะตัวใหญ่ไปวางตรงโรงรถและถาดกะละมังต่างๆวางซ้อนกัน  อยู่มาไม่นานเราสังเกตุที่กะละมังมีเศษหญ้าจึงรีบเข้าไปดูเพราะกลัวจะเป็นงู  แต่ที่เห็นคือไข่นก 3 ใบ  

 เราไม่รู้ว่านกอะไรจึงช่วยกันหาข้อมูลกับภรรยา  และก็คิดว่าเป็นนกกางเขนบ้าน  ไม่กี่วันก็เห็นตัว ลูกนก 2 ตัวกับไข่อีก 1 ใบ





แต่เราก็ไม่พยายามไปยุ่งกับมันเพราะกลัวมันจะหนีไป  จนซักพักนกก็เหลือตัวเดียว  ในใจก็กลัวว่าจะโดนตัวอะไรจับกินไป  แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ก็ปล่อยแต่เวรแต่กรรมของมัน   ในทุกๆวันเราจะให้อาหารนกกระจกแถวสวนด้วยข้าวสารแห้ง  มีวันหนึ่งที่มีข้าวหมูทอดกระเทียมที่แฟนกินไม่หมด  ก็เลยเอามาเทไว้  จึงได้เห็นนกกางเขนสามตัวมากินหมูทอด เพราะมันไม่กินข้าวสาร กินแต่หมูทอดและข้าวสุกเล็กน้อย คิดว่าเป็นพ่อแม่ลูก    แต่ละตัวที่มากินก็จะกลัวคนและระวังคนมาก ถ้าขยับตัวนิดหน่อยมันจะบินหนีทันที  เราจึงให้อาหารมันทุกวันทั้งนกกระจอกและนกกางเขน  จนถึงวันนึงลูกนกตัวที่สองก็หายไป  อีกสองสามวันก็เห็นนกมากัน 4 ตัว จึงแน่ใจว่าเป็นครอบครัวเดียวกัน  ลูกนอกทั้งสองตัวจะมีสีแปลกๆสีน้ำตาลแซมเป็นจุดๆตามตัวตามหัว แต่ตัวที่สองเห็นได้ชัดและสีไม่ชัดเจนเท่าพ่อกับแม่  เราก็ให้อาหารมันทุกวันตามปกติ   ตัวที่สองจะมีลักษณะแปลกๆที่ค่อนข้างไม่ค่อยกลัวคน แต่ก็ไม่ยอมให้คนแตะตัวอยู่ดี  ตัวนี้จะมาคอยแอบดูแถวรั้วเสมอ จนรู้สึกว่าเหมือนว่ามันอยากเข้ามาใกล้  แต่ตัวที่กลัวคนที่สุดคือตัวพ่อของมัน  ตัวพ่อนี้สังเกตุว่ามันจะไม่ค่อยชอบลูกตัวที่สองนักมันจะขับไล่ออกจากบริเวณบ้านเสมอ แต่ตัวนี้ก็พยายามกลับมาหาเราที่บ้านทุกครั้งพร้อมกับแม่กับพี่มันเพื่อมากินอาหาร  แต่ตัวพ่อมักจะไม่ค่อยรวมฝูง ทุกวันมันจะได้ยินเสียงนกกางเขนร้องแบบผิดปกติเพราะโดนพ่อมันไล่เสมอ   และทุกวันที่ลูกนกและแม่ของมันมากินข้าวจะสังเกตุว่าตัวที่สองนี้ขนที่หางจากที่ยาวๆได้หลุดไปเหมือนโดนอะไรกัด  ในใจก็คิดว่าเดี๋ยวมันก็ยาวเหมือนเดิม แต่หลายวันก็ไม่เห็นจะยาวขึ้น   ความสงสัยว่าไข่มีสามใบแล้วอีกตัวไปไหนก็หายสงสัยทันทีที่มาเก็บข้าวของที่วางไว้โรงรถ  ก็คือไข่ใบที่สามยังอยู่แต่มีสีม่วงไปแล้ว  ก็สรุปว่าครอบครัวนี้มีลูกนกสองตัว  นานมันขึ้นตัวแม่ของมันเริ่มคุ้นคนมากขึ้นและมักจะมาเกาะตรงประตูเพื่อขออาหาร  ถ้าวันไหนรีบออกจากบ้านแต่เช้าและไม่ได้ให้อาหารมันจะไปดักตรงมุมรั้วเพื่อให้เราเห็น  ผมจะนั่งทำงานอยู่ที่บ้านเพื่อเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ และทุกๆวันนกตัวที่สองนี้ก็คอยเป็นเพื่อนผมเสมอๆโดยจะเกาะตามกิ่งบ้านตามต้นไม้ให้เรามองเห็นตลอดเวลา





แต่นับวันมันจะโดนพ่อมันทำร้ายหนักขึ้นและต้องหลบอยู่ตรงมุมกระถางตลอดเวลา บางครั้งก็จะมาหลบใกล้ๆประตูเพราะตัวพ่อมันจะไม่กล้าเข้ามาเลยถ้าเห็นคน จนวันนึงที่มันบินมาใกล้ๆก็สังเกตุว่าตามันบอดไปและขนก็หลุดลุ่ยไปหมด ผมคิดว่าตัวพ่อมันทำร้ายแน่ๆเพราะได้เห็นอยู่บ่อยๆ แต่ตัวแม่กับพี่มันไม่เคยทำร้าย  ตัวน้องนี้เมื่อกินอาหารก็จะไปยืนแถวกระถางใกล้ๆห้องทำงานของผมไม่ห่างไปไหน ตัวพี่ก็มันจะกระโดดไปหาเสมอเมือเห็นตัวน้องยืมซึมอยู่ไม่ไปไหน ซึ่งก็เป็นครั้งแรกที่ผมเห็นว่านกมันมีความเป็นห่วงเป็นใยกันด้วย  ยิ่งนานไปตัวแม่ก็ยิ่งใกล้ชิดกับคนได้มากขึ้น โดยมันจะมาคอยยืนมองขออาหารมือเช้ากับลูกมันเสมอ และบางทีแต่แม่มันก็มาบินมาเกาะถึงมุ้งลวดประตูเลย   เมื่อผมเลี้ยงนกแบบไม่ใส่กรงแบบนี้ได้เกือบๆ2เดือน  ช่วงหลังๆผมรู้สึกว่านกตัวน้องกินอาหารน้อยลงต่างจากตัวอื่นๆพอวันรุ่งขึ้นมันผมเปิดประตูออกไปดูที่สวนมันก็โผบินมาตรงใกล้ๆประตูแต่ผิดกับทุกครั้งที่ปกติมันจะยืนคอยกินอาหารอยู่ตรงจดให้อาหารแต่วันนี้มันบินมายืนชิดขอบบ้าน  ผมให้อาหารมันมันก็ไม่กิน จึงคิดว่าไม่สบายแน่ๆจึงคนในเว็บคิดว่าน่าจะเป็นโรคเกี่ยวกับท้องเสียแต่อาหารนี้อันตรายสำหรับนกมาก  แต่ก็ไม่รู้จะทำยังเพราะเป็นนกที่ไม่ได้อยู่ในกรงผมจึงปล่อยมันไว้อย่างนั้นก่อนแต่ก็คอยดูมันตลอดเวลา มันพยายามจะอยู่ใกล้ๆผมเสมอ ผมจึงลองเข้าไปหามันและลองลูบหัวมันดูมันก็ตกใจและก็ค่อยกระโดดไปด้านหลังผมแต่ไม่บินหนีไปไหน  มันคงกลัวคนผมจึงเข้าบ้านทำงานตามปกติ  แต่ซักพักผมได้ยินเสียงมันร้องอีกจึงรีบไปดูและก็เจอมันคุดคู้อยู่ใต้โต๊ะและเห็นตัวพ่อมันบินหนีไป  และดูเหมือนมันจะโดนทำร้ายอีกแล้วทั้งที่ไม่สบายอยู่ด้วย  ผมจึงตัดสินใจจะทำบ้านให้มันอยู่ให้ร่างกายแข็งแรงซะก่อนและกันตัวพ่อมันมาทำร้ายด้วย  แต่พอผมไปใกล้ๆมัน มันก็มองหน้าผมและซึมๆแล้วมันก็ค่อยๆล้มตัวช้าๆเหมือนจะหมดลมหายใจอยู่ข้างๆขาของผม  ผมจึงรีบหาผ้ามาให้มันนอนและสังเกตุอาการดู เมือมองดูตาข้างที่ไม่ได้บอดของมันผมเห็นน้ำตามันซึมไหลออกมาเหมือนคนร้องให้  มันพยายามจะชูมองหน้าผมตลอดเวลา เมื่อผมนั่งทำงานมันก็หันมามองผมตลอดเวลาจนในทีสุดมันเหมือนมีอาการชัก มันล้มลงเหมือนจะหงายท้อง ผมจึงรีบไปดู ที่แปลกคือมันพยายามจะขยับตัวเข้ามาหาที่มือผมและมองผมตลอดเวลา ผมจึงจับให้มันนอนหันตัวข้างที่ตาไม่บอดหงายขึ้นมา  ผมรู้สึกเหมือนว่ามันค่อยๆหายๆใจอย่างช้าๆโดยที่มองผมไปด้วยและมันก็นิ่งไป ผมคิดว่ามันจะนอนเฉยๆรึป่าวก็ได้แต่มองมันอยู่อย่างนั้น จนแน่ใจว่ามันตายไปแล้วเพราะตัวแข็งไปแล้ว   นกตัวนี้ที่เกิดมาสีสรรไม่เหมือนพ่อแม่และคอยเตือนเหตุต่างๆถ้ามีสัตว์อะไรเข้ามาในบ้าน คอยเป็นเพื่อนผมเสมอตอนผมทำงาน แม้ตอนออกไปดูแลสวนมันก็จะคอยบินเข้ามาดูใกล้ๆเสมอ  จนผมเริ่มที่จะสนิทกับมันได้มากขึ้นและส่งเสียงเรียกให้มันบินมากินอาหารได้   แต่ไม่คิดเลยว่ามันจะจากไปอย่างน่าสงสารแบบนี้  ทั้งที่ไม่สบายมันจึงบินหนีไม่ได้เมื่อโดนพ่อมันไล่และในที่สุดก็ต้องตายจนได้  ผมขุดหลุมให้มันอยู่แถวๆที่มันชอบเกาะอยู่ซึ่งหันไปก็มักเห็นมันเสมอ ก่อนฝังตัวแม่มันก็อยู่แถวนั้นผมบอกแม่มันว่าลูกมันตายแล้วนะ  มันยืนฟังผมนิ่งๆไม่หนีไปไหนแล้วมันก็กระโดดแบบห่างๆไปดูไกล้ๆตัวลูกมัน และยืนมองอยู่อย่างนั้น เมื่อผมขุดหลุมเสร็จและพร้อมจะเอาตัวมันมาฝัง  ที่ผมแปลกใจคือตัวแม่มันจะชูคอและส่งเสียงร้องแปลกๆอยู่ใกล้ๆเหมือนว่ามันร้องให้อยู่  และตัวพ่อก็เกาะกิ่งไม้อยู่ห่างๆแต่ในเวลานั้นนกตัวพี่มันก็ไปกัดกับตัวพ่อไปมาซักพักแล้วก็แยกกันไป  แต่ผมก็ไม่รู้ความหมายที่นกทำไป และก็ฝังมันไปที่สุด





ผมคิดว่าครอบครัวนกนี้ก็เหมือนกับคนมีทั้งรักและเกลียด แต่นกก็ไม่ได้มีการเรียนรู้เช่นมนุษย์ จึงมีทั้งการทำร้ายลูกตัวเองแต่ก็ยังมีบางตัวที่รักและคอยห่วงใยตามธรรมชาติ  แต่มนุษย์เราได้รับการเรียนรู้มาแต่ก็ยังมีบางคนที่ยังไปมีความคิดเช่นสัตว์ที่ไม่ได้เรียนรู้ได้อีก  ถ้าเราได้เป็นมนุษย์แล้วเราควรจะต้องทำสิ่งไม่ใช่แบบสัตว์ที่ใช้อารมย์และความเกลียดเป็นเครื่องตัดสินใจ ซึ่งมนุษย์จะต้องมีรากฐานจิตใจที่สูงกว่านั้นเพราะได้รับการเรียนรู้สิ่งดีงามให้ต่างจากสัตว์และคอยดูแลธรรมชาติเพื่อให้อยู่กันได้ทั้งคนและสัตว์แบบยั่งยืนได้

วันเสาร์ที่ 2 มกราคม พ.ศ. 2559

วันพระ เป็นวันที่พุทธศาสนิกชนถือเป็นวันสำคัญในการทำกิจกรรมทางพระพุทธศาสนาจึงควรจะทำจิตใจให้บริสุทธิ์  โดยมีการทำบุญ ตักบาตร ถวายสังฆทาน ละเว้นจากอบายมุขต่างๆ ทำตัวให้เป็นประโยชน์แก่สังคม ปล่อยนกปล่อยปลา ฟังธรรมเทศนา สนทนาธรรมกับพระสงฆ์ รักษาศีล ถวายสังฆทาน 

ประวัติ
ในสมัยพุทธกาล พระเจ้าพิมพิสารได้เข้าเฝ้าพระสัมมาสัมพุทธเจ้า และกราบทูลว่า "นักบวชศาสนาอื่นเขามีวันประชุมสนทนาเกี่ยวกับหลักธรรมคำสั่งสอนในศาสนาของเขา แต่ว่าในศาสนาพุทธยังไม่มี" พระพุทธองค์จึงทรงอนุญาตให้ภิกษุสงฆ์ประชุมสนทนาและแสดงพระธรรมเทศนาแก่ประชาชนในวัน ๘ ค่ำ ๑๔ ค่ำ และ ๑๕ ค่ำ พุทธศาสนิกชนจึงถือเอาวันดังกล่าวเป็นวันธรรมสวนะเพื่อกำหนดให้มีการประชุมพร้อมเพรียงกันฟังธรรม

ในสมัยพุทธกาลนั้น สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงประชุมพระสงฆ์สาวกเพื่อทรงสั่งสอนธรรม การประชุมสงฆ์ซึ่งเป็นสาวกของพระพุทธองค์นั้นก็ได้นัดหมายไปประชุมกัน และจะมีพระสงฆ์รูปหนึ่งเป็นผู้สวดพระปาฏิโมกข์ พระภิกษุทุกรูปก็จะนั่งฟังด้วยอาการอันสำรวม และตั้งใจจนกระทั่งจบ

คำศัพท์ที่สำคัญในวันพระ
คำว่า "สวนะ" แปลว่า การฟัง และคำว่า "ธรรมสวนะ" แปลว่า การฟังธรรม นั่นคือวันธรรมสวนะก็แปลว่า กำหนดประชุมฟังธรรม หรือพูดตามภาษาชาวบ้านทั่วไปว่า วันไปฟังเทศน์หรือวันพระ ในทางศาสนาก็ยังได้เรียกว่า วันอุโบสถ ซึ่งแปลว่า วันจำศีลของอุบาสกอุบาสิกาผู้ต้องการบุญกุศลเป็นกรณีพิเศษ

สมาทานศีล  คือ  การรับศีล

อุโบสถศีล  เป็นศีลอุบาสกอุบาสิกาทั่วไป มิใช่ของพระสงฆ์   โดยจะรับศีลนี้ในวันพระเท่านั้น และมีข้อห้ามทั้งหมด ๘ ข้อเหมือนกันกับศีล ๘ ต่างกันเพียงจะต้องรักษาศีลเป็นเวลา ๑ วันซึ่งเรียกว่า ปกติอุโบสถ แต่หากรักษาได้ถึง ๓ วันจะเรียกว่า ปฏิชาครอุโบสถ

วันโกณ เป็นวันที่พระสงฆ์จะต้องโกณผม ซึ่งเป็นวันก่อนวันพระหนึ่งวัน